
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ดินแดนอันไกลโพ้นทะเล มีหมู่บ้านอยู่หมูบ้านหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้านแห่งความหวังเป็นหมู่บ้านที่อยู่กันอย่างสงบสุข มีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่ต้องตาต้องใจ และสร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งแก่ผู้ที่สัญจรเดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งนี้เป็นยิ่งนัก ด้วยข้าวที่อุดมสมบูรณ์ประกอบกับทำเลที่ตั้งนั้นก็เป็นทำเลที่ตั้งที่ติดกับทะเล สามารถเดินทางไปมาได้สะดวก จะกล่าวถึงด้านเศรษฐกิจก็รุ่งเรืองเนื่องจากมีแร่ธาตุหายากอยู่มากมาย ที่นาหรือที่ดินแต่ละที่นั้นเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าและราคาสูงอย่างมาก ซึ่งจุดเด่นที่เด่นที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้นั่นอยู่ที่กลางหมู่บ้านนั่นคือ หมู่บ้านนี้มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่กลางหมู่บ้าน เป็นบ่อน้ำที่ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้าน ใช้กิน ใช้อาบ และใช้หล่อเลี้ยง การดำรงชีวิตอยู่ของชาวบ้านทุกคน
ด้วยความที่หมู่บ้านนี้มีทำเลที่ตั้งที่ดีในทุกด้านจึงทำให้ฝนนั้นตกต้องตามฤดูกาล ชาวบ้านทุกคนไม่เคยอดอยาก ไม่มีกินไม่มีใช้เลยแม้แต่น้อย ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านต่างมีความเป็นอยู่ที่ดี อุดมสมบูรณ์ ล้วนอ้วนพี ไม่มีใครที่อดๆอยากๆ และทุกคนอยู่ในหมู่บ้านอย่างมีความสุข
โดยรอบของหมู่บ้านแห่งความหวังนี้ ต่างมีชุมชนตามหมู่บ้านต่างๆ ต่างหมายปองที่จะได้แวะเวียนเข้ามาดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านเแห่งความหวังเป็นอย่างมาก แต่ชาวเมืองคนอื่นต่างก็ไม่สามารถเข้ามาดื่มน้ำได้ เพราะมีกฏอยู่ว่าผู้ที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งความหวังนั้น จะสามารถเข้ามาได้ทีละ 1 คนต่อครอบครัวเท่านั้นและหลังจากที่เข้ามาดื่มน้ำในหมู่บ้านแห่งนี้แล้วจะไม่สามารถออกไปจากหมู่บ้านได้อีกชั่วชีวิต
ถัดออกไป 5 ไมล์ทะเลทางทิศใต้ของหมู่บ้านแห่งความหวัง มีหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้าน”บ้าน” (ผมไม่ได้เขียนผิดแต่อย่างใด) เป็นหมู่บ้านที่ล้วนแล้วแต่มีชายฉกรรณ์อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ถ้าเป็นเพศหญิงก็จะเป็นผู้หญิงที่งดงาม ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ เป็นอย่างยิ่งแต่ด้วยความที่พระเจ้าอวยพรอย่างไรไม่ทราบได้ หมู่บ้านบ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ไม่ค่อยจะโชคดีเท่าไหร่เนื่องจากว่าเป็นหมู่บ้านที่ทำเลที่ตั้ง ก็ไม่ดี มีภูเขาล้อมรอบทั้งหมด ไม่สามารถโคจรติดต่อสื่อสารได้ หมู่บ้านสามารถเข้าออกได้ทางเดียวเท่านั้น จะกล่าวถึงที่ดินและทรัพยากรก็น่าเศร้าใจ ที่ดินเป็นที่ดินราคาถูกเนื่องจากไร้ซึ่งแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่ดี ดินก็เป็นดินที่ไร้คุณภาพ แต่พวกเขาเหล่านั้นก็อยู่กันอย่างสงบสุข ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านบ้านนี้ต่างขยันขันแข็งกันทำมาหากิน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แม้ว่าด้วยทำเลที่ตั้งนั้นจะทำให้ประสบกับภัยทางธรรมชาติหลายอย่างเช่น ไฟไหม้ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือบางปีน้ำก็ท่วมต้องอพยพทั้งหมู่บ้านนี้ไปอยู่ที่อื่นเสียก่อนเพื่อความอยู่รอด แต่หมู่บ้านนี้ก็มีความสุขไม่แพ้หมู่บ้านใดๆเลยในระแวกนี้ จุดเด่นของหมู่บ้านนี้คือ ชาวบ้านทุกคนต่างรักกันช่วยกันทำมาหากิน ไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบกันเลย มีความสามารถและความพยายามที่จะทำในสิ่งต่างๆที่ควรทำ ไม่ปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์ จึงทำให้พวกเขานั้นสามารถอยู่รอดมาได้ หลังจากที่เกิดภัยพิบัติต่างๆขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ในทุกๆปีมักิเกิดน้ำท่วมใหญ่ทุกระแหงของหมู่บ้านต่างๆ ยกเว้นเพียงแต่หมู่บ้านแห่งความหวังเท่านั้นที่ไม่ท่วม ชาวบ้านทุกคนที่เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังแล้วนั้น ไม่มีโอกาสได้ออกมาพบกับผู้คนนอกหมู่บ้านและไม่เคยรับรู้ถึง เหตุกาลน้ำท่วมใหญ่ของทุกๆปี เนื่องจากเป็นกฏของหมู่บ้านที่ว่า “ผู้ใดที่เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านนี้แล้วไม่สามารถออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ได้อีกชั่วชีวิต”
ตัดกลับมาที่หมู่บ้านบ้าน เมื่อครั้นเกิดน้ำท่วมใหญ่แล้วนั่นหมู่บ้านบ้านมักได้รับผลกระทบจากความเสียหายอย่างมากที่สุด และเป็นหมู่บ้านเดียวเท่านั้นที่เมื่อน้ำท่วมเมื่อใดเหล่าหนุ่มสาวต้องเริ่มสร้างบ้าน สร้างที่พัก สร้างวัฒนธรรมใหม่ๆขึ้นมา แต่พระเจ้าก็ยังไม่ได้ใจร้ายไปซะทีเดียว ที่ทำเลไม่ดี เพราะว่าหมู่บ้านรอบข้างมักยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ทั้งการส่งเสียงส่งข้าว ส่งน้ำ หรือบางคราถึงขนาด มาร่วมกันสร้างที่พักพิงให้ชาวบ้านในหมู่บ้านบ้านเลยทีเดียว
ทุกๆวันที่ 25 เดือนหน้าของทุกปีจะเป็นธรรมเนียมที่ชาวโลกรู้กันว่าเป็นการฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ทุกๆหมู่บ้านจะมีการฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง หมู่บ้านไหนที่มีทรัพยกร ที่เป็นของดี ของหายาก ก็จะนำมากิน มาดิ่ม มาใช้กัน หมู่บ้านแห่งความหวังก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่เป็นอย่างนั่นเช่นกัน ด้วยอิทธิฤิธิ์ของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ผู้ใดที่ดื่มน้ำนี้เข้าไปจะทำให้ติดและกระหายอยากที่จะดื่มอยู่เสมอ แม้ว่าชาวบ้านในหมู่บ้านนี้มีอยู่มากมายแต่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เคยไม่พอสำหรับพวกเขาเลยแม้แต่วันเดียว ในทางกลับกันใหมู่บ้านบ้านทางทิศใต้มักเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทุกๆวันที่ 20 ของเดือนหน้าของทุกปี ซึ่งเป็นก่อนหน้าของการฉลองใหญ่ของชาวโลก จึงทำให้วันฉลองใหญ่ของโลกมักไม่ค่อยสนุกเหมือนกับหมู่บ้านแห่งความหวังมากนัก ชาวบ้านบางคนต้องสูญเสียบ้าน สูญเสียครอบครัว สูญเสียคนที่รัก หรือแม้กระทั่งไม่มีโอกาสที่จะได้รักตัวเองต่อไปและไปฉลองในวันที่ 25 ได้ แต่ก็ไม่ได้เศร้าใจไปซะทั้งหมดเพราะว่าก็ยังมีการจัดงานฉลองอย่างเรียบง่าย บ้านไหนมีอะไรดีก็นำมาแบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ ..
ครั้นเวลาผ่านไป หลายทศวรรษต่อทศวรรษเหตุการณ์ทุกอย่างก็เกิดซ้ำไปซ้ำมาจนกลายเป็นเรื่องที่ปกติบนโลกใบนี้ไปเสียแล้ว ด้วยสภาพความเป็นอยู่ดังกล่าวทำให้สภาพแวดล้อมทางวัตถุนั่นคือ บ้าน นั่นคือ ความเจริญวนไปมา หมู่บ้านแห่งความหวังทุกๆปีที่ผ่านไปจะมีบ้านหลังที่ใหญ่ขึ้น ในขณะที่หมู่บ้านบ้านทุกๆปีชาวบ้านจะต้องสร้างบ้านใหม่ให้ทันน้ำท่วมครั้งใหม่จะมา
ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังนับวันยิ่งอยู่อย่างสุขสบายยิ่งนัก บ้านหลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่บ้านเหล่านั่นพวกเขาอยู่เพียงคนเดียวในบ้านนั่น ข้าวปลาอาหารก็มากยิ่งขึ้น ไม่เคยขาดจากปากจากท้องเลย สั่งสมความสุขสบายผ่านไปเป็นเวลานานเข้า นานเข้าทำให้ชาวบ้านเริ่มที่จะไม่ทำงาน งานต่างๆที่ต้องทำก็หยุดทำเนืองจากว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องทำต่อ เพราะว่าไม่ทำก็มีกินมีใช้เหมือนเช่นรุ่นพ่อๆ แม่ๆ ที่ผ่านมา
ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านบ้าน ต่างสอนลูกหลานให้อยู่เพื่อการเอาตัวรอด สอนให้ลูกหลานอดทน อดกลั้นและพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาและโลกภายนอก จึงทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านบ้านนั้นไม่เคยมีใครที่จะคิดอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งความหวังเลยแม้แต่คนเดียวเพราะต้องจากบ้าน จากครอบครัวไปใช้ชีวิตคนเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยน่าอภิรมณ์ยิ่งนัก
จนอยู่มาวันหนึ่งเป็นปี “อสุกรระทิน” เป็นปีสุดท้ายที่หมู่บ้านแห่งความหวังจะอนุญาติให้ผู้คนเข้าไปหมู่บ้านแห่งนี้ได้ เป็นปีที่พระอาทิตย์และพระจันทร์อยู่ในแนวเส้นโค้งเดียวกัน เกิดอาเพศครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดที่ไหนมาก่อน เป็นปีที่แห้งแล้งที่สุด ไม่มีฝนตกต้องตามฤดูกาลเหมือนก่อน แต่ที่ไม่เหมือนก่อนคือครั้งนี้หมู่บ้านแห่งความหวังนั้นได้รับผลกระทบครั้งนี้ด้วย
ด้วยความเป็นอยู่ที่เคยสุขสบายมาก่อนจึงทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ไม่รู้สึกเดือดร้อนกับปรากฏการณ์ครั้งนี้ งานที่ไม่เคยทำ ก็ยังคงไม่ไม่ทำเช่นเดียว ต่างกิน ต่างใช้ ต่างเล่น เหมือนเดิม จนเวลาผ่านไปนานเนินนาน ก็ยังไม่มีฝนตกลงมา น้ำที่เคยอยู่ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เริ่มเหือดแห้งลงทุกที จนทำให้ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งความหวังนั้นมีการประชุมครั้งใหญ่เกิดขึ้นถึง น้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
ผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านแห่งความหวังได้บอกถึงเหตุการณ์อันร้ายแรงที่เกิดขึ้นในโลกขณะนี้ แต่ไม่มีชาวบ้านนคนใดเลยที่รับฟังความคิดของผู้ใหญ่บ้าน ต่างด่าทอ ต่างพูดจาให้ร้ายผู้ใหญ่บ้านแห่งความหวังนี้และขับไล่ผู้ใหญ่บ้านนี้ออกจากหมู่บ้านแห่งความหวังไป …
หลังจากที่ขัไล่ออกไปแล้ว ชีวิตของทุกคนก็ยังดำเนินไปเหมือนเดิม .. คือกิน คือใช้ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเหมือนเดิม ไม่เคยมีใครแม้แต่คนเดียวเลยที่จะคิดตักน้ำมาเติมให้บ่อน้ำแห่งนี้เพื่อให้ทุกคนได้กินได้ใช้เหมือนเดิมในขณะที่โลกแห้งแล้ง จนถึงวันหนึ่งน้ำในบ่อน้ำแห่งนี้ได้เหือดแห้งไปจนหมด ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งความหวังนี้ ไม่มีน้ำกิน ไม่น้ำมีใช้เลย แต่ด้วยการที่อยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ทำให้เขาไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย เพราะเข้ายังคงคิดว่าซักวันหนึ่งฝนจะกลับมาตกและบ่อน้ำนั้นจะกลับมาเต็มเหมือนเดิม
แต่ความจริงนั่นไม่ใช่เลย ฝนนั่นก็นยังคงไม่ตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี หลายปี ปีแล้ว ปีเล่า จนทำให้ชาวบ้านที่หมู่บ้านนี้เริ่มเกิดการล้มตายขึ้นจนเหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่โชคดีและอยู่รอดไปได้
ในขณะเดียวกันที่หมู่บ้านบ้านก็ได้เผชิญกับปัญหานี้เช่นเดียวกัน แต่ด้วยทักษะการเอาตัวรอดของชาวบ้านที่นี่ทำให้ทุกคนสามารถเอาตัวรอดจากภัยภิบัติครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย … เพียงไม่นานฝนก็กลับมาตกต้องตามฤดูกาลอีกเช่นเดิม นำความเขียวขจีและสดชื่นมาสู่โลกใบนี้อีกครั้ง
ชาวบ้านที่รอดจากภัยพิบัติที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังนั่นรู้สึกโกรธโชคชะตาเป็นอย่างมากที่กลั่นแกล้งให้พวกเขาได้มาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งความหวังนี้ ที่อุดมสมบูรณ์และเพรียบพร้อมไปทุกอย่างจนทำให้พวกเขานั้นทำอะไรไม่เป็นเลยคอยแต่เพียงที่จะตักน้ำออกจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว ไม่เคยคิดที่นำน้ำมาเติมในขณะที่ฝนมันยังตกต้องตามฤดูกาลอยู่ ด้วยความโกรธมากจึงทำให้ชาวบ้านทุกคนต่างรวมตัวกันและไปทำลายบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้โดยโทษบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดความล้มตายและหายนะมาแก่พวกเขา หลังจากบ่อน้ำนี้ถูกทำลายไปแล้วชาวบ้านก็ยังใช้ชีวิตอยู่เหมือนเดิม ไม่ทำมาหากิน อาศัยอยู่ในบ้านที่พวกเขาคิดว่าเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดไม่มีหมู่บ้านใดมาเทียบได้ อีกทั้งแร่ธาตุก็อุดมสมบูรณ์ซักวันหนึ่งคงมีพ่อค้า เดินทางเข้ามาเพื่อซื้อแร่ธาตุดังกล่าวในหมู่บ้านของเขาและจะทำให้เข้ารวยและมีกินมีใช้ขึ้นมาอีกครั้ง
เวลาผ่านไป ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด ทุกคนเริ่มอดอยากและอดตาย ข้าวที่เคยมีกินก็ต้องอดมื้อกินมือ้ น้ำที่เคยมีใช้ก็ไม่มี … ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากนั้นไม่นานทุกคนในหมู่บ้านแห่งความหวังได้ล้มตายไปทั้งหมด .. เหลือไว้เพียงแต่ชื่อหมู่บ้านที่โด่งดังและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดเป็นที่กล่าวขานว่าครั้งหนึ่งเคยมีหมู่บ้านที่ดี ที่พร้อม ที่เจริญที่สุด เป็นที่ที่ทุกคนต่างโหยหาที่จะเข้าไปสัมผัสหรือเป็นส่วนหนึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ และตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว … ตำนานเรื่องนี้ได้ถูกเล่าต่อรุ่นสู่รุ่นไปนานแสนนานชื่อของหมู่บ้านแห่งความหวัง ได้ถูกถ่ายทอดด้วยการเล่าด้วยลมปาก ถึงความรุ่งโรจน์ในสมัยนั้น คนที่ได้ยินเรื่องราวดังกล่าว ต่างพากันตื่นเต้น และอยากที่จะเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังนี้ยิ่งนัก หลายที่ได้ฟังคิดว่าถ้าซักวันหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้นแล้ว จะเป็นคนที่คอยเติมน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นไม่ให้เหือดแห้ง แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากเข้าไปใช้ชีวิตที่สุขสบายในบ้านหลังใหญ่ที่หมู่บ้านแห่งนั้น แล้วคุณหละอยากเข้ามาทำอะไรที่บ้านแห่งนี้ ?
Start Slide Show with PicLens Lite