The Reason of Love

Author: admin  |  Category: Trainee

love-screensaver_2

The reason of  Love ที่ผมจะเขียนต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของความรักล้วนๆหากคนไหนที่ไม่เคยมีความรักมาก่อนคงจะอ่านไม่รู้เรื่องเป็นแน่แท้ ซึ่งผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆคนคงอ่านรู้เรื่องอยู่แล้วหละครับ ความรักคืออะไร ? ผมไม่รู้ ความรักอยู่หนใด ผมก็หาไม่เจอ..แต่ถามว่าทำไมถึงรักเค้านั่นแหละเป็นที่มาของเรื่องเรื่องนี้

หลายคนคงเคยเจอคำถาม(โง่ๆ) ซ้ำๆเดิมๆอยู่บ่อยๆเลยว่าเพราะอะไรถึงได้ชอบเค้าส่วนมากคนเรามักจะไม่รู้ว่าทำไม ซึ่งนั่นก็เป็นสเน่ห์อีกอย่างนึงของความรักจริงๆนั่นแหละว่าทำไมเราถึงได้ชอบเค้านัก..หลายนคนชอบคนรักด้วยหลายเหตุผล หลายคนชอบคนรักด้วยเหตุผลข้อเดียว หลายคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำเลยว่าชอบเพราะอะไร แต่สิ่งที่ทุกๆคนมีเหมือนกันทั้งหมดนั่นคืออยากมีความสุขและอยากให้คนรักของตนเองมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นทั้งระยะสั้นและยาว บางคนอาจมาองอนาคตของตัวเองไว้ไกลมาก บางคนก็ขอเพียงแค่ว่าวันนี้มีความสุขก็พอ

ผมก็เป็นคนนึงที่มีความรักกับเค้าเหมือนกันนั่นก็เหมือนมนุษย์โลกธรรมๆดาๆคนนึงนั่นแหละ เหตุผลความรักของผมมันค่อนข้างหลากหลายเสียเหลือเกิน ผมมีน้องที่ต้องดูแล ผมมีพี่ที่ต้องเอาใจใส่ ผมมีบ้านมีครอบครัวที่ต้องดูแลเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่สามารถให้ความรักกับคนรักของผมได้อย่างเต็มที่.. [ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะเหมือนกับหนุ่มสาวซักเท่าไหร่ ]  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามทำมาตลอดคือการโกงเวลา โกงเวลาที่จะทำให้ผมสามารถทำให้ได้อย่างเต็มที่ไม่มีที่บกพร่อง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีบ้างร้ายบ้างปนกันไป  ผมมาเสมอครับว่าความรัก หรือการที่เรารักใครซักคนไม่เคยเลยที่มีคำว่าถูกหรือผิด  มันมีเหตุผลในตัวของมันเอง(ในที่นี้ก็คือตัวของพวกๆคุณนั่นแหละครับ ! )  แล้วเราจะยังถามคนอื่นอีกทำไมว่ารักเค้าเพราะอะไร รักคนโน้นรักคนนี้เพราะอะไร … เอาเวลามาให้เหตุผลกับความรักของตัวเองดีกว่า

Start Slide Show with PicLens Lite PicLens

ConneK Day เกษตรจุฬาเข้าขากันแล้วนะเธอ

Author: admin  |  Category: Trainee

7371433e867fca7c2c7005209736ac031

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนครับว่าผมเป็นใคร  ผมเป็นคนนึงที่เรียนวิศวคอมพิวเตอร์ที่ ม.เกษตรประเทศไทย เรียนอยู่ปี 4 ตอนนี้แล้วสิ่งที่ต้องก้าวต่อไปอีกก้าวซึ่งเป็นสิ่งที่ผมหวังให้สำเร็จขึ้นและเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆเลยคือ โครงการสานสัมพันธ์วิศวคอมพิวเตอร์ระหว่าง ม.เกษตรศาสตร์ - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ ConneK Day (ต้องตัวเล็กใหญ่แบบนี้นะครับ อิอิ ) (C ตัวหน้า คือ Cu และ K ตัวหลังคือ Ku ) ซึ่งมหากราบเรื่องนี้เป็นความฝันของใครหลายๆคน ซึ่งมันก็เป็นอีกความฝันหนึ่งของผมด้วย ConneK Day เริ่มขึ้นจาก”คนเพียงไม่กี่คนด้วยคนหลายคนเพื่อคนทุกคน”

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดมาโดยตลอด ด้วยประสบการณ์อันน้อยนิด 4 ปีที่ผ่านมา มันทำให้ผมรู้สึกว่าการทำงานหรือการรู้จักคนมากๆ(ซึ่งเกิดจาการเลือกที่จะรู้จักและรับสิ่งที่ดีของเค้ามาใช้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์)  ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้จักวงการคอมพิวเตอร์ หรือพูดง่ายๆว่าทำอะไรไม่เป็นเลยก็ได้แต่สิ่งที่ผ่านมามันสอนให้ผมเรียนรู้ว่าคนเรา ไม่สามารถอยู่คนเดียวบนโลกได้จริงๆ คำกล่าวนี้เป็นจริงเสมอเรื่อยสำหรับผู้ที่มีเพื่อน (หมายความว่าถ้าคนที่ไม่เห็นความสำคัญมักจะมองไม่เห็นอยู่เสมอ)  และนี่แหละเป็นโอกาสดีที่ผม เพื่อน และน้องของผมจะได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนๆที่เรียนในสาขาเดียวกับผมที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คุณๆเคยฝันอะไรที่มันใหญ่ๆบ้างหรือป่าวแล้ววันนึงมันใกล้ที่จะเป็นจริงขึ้นมา มันไม่ใช่เรือ่งที่ใครๆหลายคนที่จะได้โชคดีที่จะได้รับความรู้สึกแบบนี้ได้ .. ซึ่งผมคิดเสมอว่าผมอยากเป็นคนโชคดีคนนั้นเรื่อยมา

อย่างที่บอก “ Connek เริ่มจากคนเพียงไม่กี่คน ด้วยคนหลายคน เพื่อคนทุกคน”  มันเป็นงานของเราจริงๆของทั้ง Cu และ Ku (ขออนุญาตเรียกชื่อเล่นแล้วกันนะครับ อิอิ )   Connek จะจัดขึ้นครั้งแรกวันที่ 7 feb 2552  ซึ่งใกล้มากๆเลยอาจจะมีงานหลายอย่างที่ยังไม่เรียบร้อยแต่สิ่งหนึ่งที่เห็นคือเพื่อนๆ cu น้องๆ cu เพื่อนๆ ku น้องๆ ku ไม่เคยทิ้งกัน    ซึ่งบางทีอาจจะเป็นมีปัญหาเรื่องความคิดและทัศนคติบ้างซึ่งมันเป็นเรือ่งธรรมของการทำงานซึ่งทุกๆคนเค้าใจกันเป็นอย่างดี   เอาหละตอนนี้เรามองไปถึงปลายทางของทางเดินแล้ว   ที่ปลายทางผมเห็นบัณฑิตของทั้ง 2 สถาบันนี้จบออกไปอย่างสมเกียรติ เป็นที่ยกย่องเชิดหน้าชูตาของประเทศเป็นอย่างมากในความจริงมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ ผมไม่ได้หลงตัวเองและก็ไม่ได้หลงเพื่อน cu ของผมด้วยเหมือนกันแต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญและเป็นเหตุผลทุกอย่างของงานนี้คือคำว่า”เพื่อนกัน” ที่พร้อมจะช่วยเหลือกันเวลามีปัญหาหรือเวลายามยากจริงๆ ไม่ทอดทิ้งกันในยามที่เราเหนื่อยล้า ซึ่งมันอาจจะดูเว่อร์เกินไปและทำไม่ได้จริงแต่แน่นอนว่ามันเป็นฝันหนึ่งของ Connek   แน่นอนทำงาน field com มันย่อมหนีกันไม่พ้นแน่นอนครับอาจจะเจอกันในฐานะเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมบริษัท หรือว่าเพื่อนร่วมที่มีลูกค้าคนเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเสมอมันคงจะมีมากๆที่เราจะมีเพื่อนที่คุยกับพวกเรารู้เรื่อง (เพราะว่าพวกเรามักคุยกับคนอื่นไม่รู้เรือ่ง เห็นคนอื่นเค้าว่ากันอย่างนั้นนะครับ 55 ) เพิ่มขึ้นอีกซัก 100-200 คน …รู้จักแล้วเอาไปทำอะไร มันทำอะไรไม่ได้หรอกครับถ้าเราไม่รู้จักที่จะเปิดใจให้คนอื่นเข้ามาในชีวิตเราบ้าง หลายคนพูดว่าไปรู้จักกันตอนร่วมงานที่บริษัทก็ได้หรือว่าค่อยรู้จักกันตอน ปี 2 3 4 ก็ได้ ซึ่งด้วยความรู้สึกกับอารมมันจะค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมาก อย่างแรกคือเราเป็นเพื่อน ที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานหรือมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องโดยตรง.. ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้มันแตกต่างแต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลัก นับเป็นเรื่องรองที่เป็นผลประโยชน์ตามมาต่างหาก เอาหละพวกเราที่ได้ชื่อว่าเป็น”ปัญญาชน , บางคนก็เป็นปัญญาที่ไม่ชน” อันนี้เราไม่ว่ากัน ย่อมมีระบบความคิดที่เป็นเป็นจุดเด่น เป็นนักพัฒนางานวิจัยต่างๆ เห็นได้จากผลงานต่างๆที่ได้รางวัลชนะตามโครงการต่างๆ ไม่เว้นแต่โปรเจคที่ทำระหว่างเรียน โปรเจคจบ โปรเจคต่างๆที่สร้างขึ้นนับว่าเป็นประโยชน์โดยรวมของประเทศทั้งสิ้นซึ่งหากลองมองว่าแต่ละที่มักมีสิ่งที่เราต้องการอยู่และแตกต่างกันไปเพื่อมาพัฒนาโดยมองถึงประโยชน์ของประเทศโดยรวมหลังจากร่วมกันพัฒนาผลงาน (เป็นตัวอย่างหนึ่ง) นั้นประโชน์ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้ตกอยู่กับเรา แต่ตกอยู่กับประเทศชาติ  กับรุ่นน้องของเรา รุ่นน้องของรุ่นน้องของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ Recursive ไปเรื่อยๆไม่สิ่้นสุดนั่นนับเป็นสิ่งที่ดีที่พวกเราได้ช่วยกันสร้าง

แนวความคิด  Connek ตอนแรกมีรูปแบบในการจัดคล้ายกับกีฬาประเพณีธรรมดาทั่วไปซึ่งทุกๆที่หรือทุกๆสถาบันจัดกันเพื่อสร้างสัมพัธไมตรีที่ดีต่อกันซึ่งการแข่งกีฬานั้นนับเป็นส่วนหนึ่งของาน ConneK เท่านั้นมีอาจารย์หลายท่านมากๆที่ท่านอยากเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอะไรเหล่านี้ร่วมกัน เพราะว่าอาจารย์ของทั้ง Cu และ Ku บางท่านเป็นเพื่อนกันสมัยเรียนผมฟังแล้วก็เป็นปลื้มแทนไม่ได้ครับ  นอกเหนือจากกีฬาแล้วนั้นกิจกรรมหลักที่เป็น Hight light ของ ConneK ครั้งที่ 1 ครั้งนี้คือกิจกรรม Quest ซึ่งด้วยความจริงแล้วตัวกิจกรรมไม่ได้ Fix มากว่าจะต้องเป็นกิจกรรมเดิมๆซ้ำๆแต่เน้นการได้ทำงานร่วมกันอย่างจริงและเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมครับ ซึ่งด้วยตัวกิจกรรมของการทำกิจกรรมหมู่ร่วมกันในรูปแบบของ Quest นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแทนของการทำกิจกรรมด้วยกันอย่างแท้จริง … โดยเน้นทุกคนช่วยกันทำทุกคนรวมเล่นทุกคน Happyนี่แหละ ConneK …

ผมก็อดไม่ได้ที่จะ Credit : ให้กับน้องๆ Cu Ku ทุกคน รวมถึงเพื่อนๆทุกคนจริงๆที่ร่วมกันสร้างงาน ConneK ครั้งที่1 ครั้งนี้ขึ้น  รวมถึงคำปรึกษาของอาจารย์ทุกท่านและท่านอาจารย์ให้ความสนับสนุนที่ดีเรื่อยมาทั้งในทุกๆด้านจริงๆ  ก่อนที่งานจะเริ่ีมขึ้นในเร็ววันนี้ผมและเพื่อน Cu ของผมมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานนี่ต้องสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีผมรับรองว่าการลงทุนลงแรงของเพื่อนๆและน้องๆทุกคนจะส่งผลดีสะสมโดยรวมต่อทั้ง 2 สถาบันอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว

ทั้งหมดเป็นความรู้สึกต่องาน ConneK ครั้งที่ 1 ในคืนก่อนวันงานไม่กี่วันที่จะถึงครับ
http://www.connek.org  แล้วพบกันวันที่ 7 feb 2552

Start Slide Show with PicLens Lite PicLens

สัมภาษณ์ Toshiba รอบ2

Author: admin  |  Category: Trainee

สวัสดีครับวันนี้ได้มีโอกาสไปสัมภาณ์ Toshiba รอบ 2  ทางบริษัท ได้มีการนัดสัมภาษณ์ที่โรงแรมดุสิตธานีชั้น 2 ครับห้องศาลาแดง

ในช่วงเช้ามีการสอบข้อเขียนก่อนเวลาสอบ 80 นาที ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด  , ครับคำถามมีทั้งหมด 14 ข้อเนือ้หาเกี่ยวข้องกับทุก

ส่วนที่เป็นวิศวคอมพิวเตอร์ เช่น  อัลกิรึทึม.. มีอัลพอมาให้อ่านแล้วให้แก้ไข codeให้ถูกต้อง , os เรือ่ง deadlock , network เรื่อง dns

ควรมีความรู้ภาษา C และ C++ จะได้เปรียบเพราะว่า ขอ้สอบส่วนใหญ่เป็น C และข้อสอบทั่วไปของบริษัทเหล่านี้ก็ใช้ C ซะเป็นว่นนใหญ่

เพราะว่าเร็วและยืดหยุ่น  ข้อสอบทั้งหมดมีทั้งเลือกตอบและเขียน code (ให้หน้ากระดาษเปล่าๆมาแล้วให้เขียน)

ส่วนใหญ่ก็จะทำข้อสอบกันไม่ค่อยทันเท่าไหร่ครับ มีคนสอบในห้องทั้งหมด 7 คน อย่างกับ AF เป็นบรรยากาศแห่งการสอบแข่งขันโดย

แท้จริง  อยากจะถ่ายรูปมาจริงๆครับแต่ทำไม่ได้ ครับ หลังจากผ่านไป 80 นาที ก็ออกมา break ด้านหน้าครับอาหารอร่อยมากครับ

หลังจากนั้นเข้าสอบอีกที 13.00 ครับ เป็นการ present project จบครับด้วย version ภาษา eng มีเวลาสอบทั้งหมด 30 นาที ,20 นาที

สำหรับการ present ครับมีคนสัมภาษณ์ 2 คน (jap 1 thai 1 )(อีกห้องมีคนสัมภาษณ์ทั้งหมด 4 คนเป็น jap ล้วน (อีกห้องหนึ่งเป็นห้องที่

สัมภาณ์หลายภาครวมกัน)) แต่อีกห้องเป็นห้องที่สัมภาษณ์ฌฉพาะวิศวคอมพิวเตอร์ , 10 นาทีที่เหลือสำหรับตอบคำถามครับ

คำถามที่คณะกรรมการถามก็เป็นเรื่องที่เกียวกับ project ทางด้าน technical บ้างนิดหน่อย และเป็นเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับประวัติของ

ตนเอง แต่เท่าที่ฟังจากหลายคนที่สัมพาด (ถ้าคนที่ present project นานเวลาที่เค้าถามเรื่องที่ไม่เกียวกับ project จะน้อย)

7 คนที่ได้สอบข้อเขียนตอนเช้ามี มาจาก cu 4 คน, ku 2 คน ,siit 1 คน ครับ

ผู้นำที่ดีไม่ต้องมีอะไร

Author: admin  |  Category: Trainee

0004755_4c78a8dd8e

หลายคนเคยถามมากมายครับว่า อยากเป็นอย่างโน่นต้องทำอะไร ต้องมีอะไรบ้าง อยากเป็นอย่างนี้ต้องทำอย่างไร ต้องทำอะไรเป็นบ้าง ต้องมีอะไรบ้าง แต่วันนี้ผมกำลังจะมาพูดเรื่องการเป็นผู้นำที่ดีจริงๆไม่ต้องมีอะไร นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่ได้มีอะไรเลย เพราะว่าถ้าคุณไม่ได้มีอะไรเลยคุณก็ไม่ต้องทำอะไรรับประทานแล้ว ความจริงแล้วพวกคุณๆๆๆๆๆๆทั้งหลาย  คุณนั่นแหละคุณสามารถเป็นผู้นำใครๆก็ได้เลย แน่นอนว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมาคุณต้องผ่านการเป็นผู้นำมาบ้างแล้วหละ ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการประชาธิปไตยในประเทศสุดป่วยแห่งนี้ก็ตาม หรือถ้าเป็นตอนเด็กๆคุณอาจจะโดนเตะก้นแล้วกระเด็นออกไป ตอนนั้นคุณได้แสดงออกบ้างแล้วหละ หรือว่าได้แสดงความกล้าหารบางส่วนในตัวคุณออกไปบ้างแล้ว แต่นแค่ความกล้าอย่างเดียวไม่ใช่ผู้นำ  ตอนเด็กๆคุณมักโดนปลูกฝังว่าถ้ากล้าทำอย่างโน้น อย่างนี้อย่างนั้น นั่นคือคุณมีความเป็นผู้นำ แต่แท้ที่จริงแล้วลองคิดดูมันไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย นั่นคือความกล้าแสดงออกล้วนๆต่างหาก แล้วความเป็นผู้นำคืออะไรหละ ?  ผู้นำที่โด่งดังในโลกนี้ก็มีหลายคนให้คุณเลือกรู้จัก หลายคนที่อยากเลียนแบบในทางดีมันก็ดีไป แต่บางคนเลียนแบบในทางไม่ดีก็อาจจะกลายเป็นการทะเยอทยานมากเกินไปจนเกิดปัญหามากมายในปัจจุบัน แต่คุณก็สรุปไม่ได้ใช่ไหมหละว่า ?ใครเป็นผู้นำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ  มันไม่เคยมีผู้นำที่ดีที่สุดสำหรับคุณเสมอไปหรอกจริงมั้ย !? คุณก็ไม่เคยเป็นผู้นำที่ดีที่สุดของคนทุกคนได้เช่นเดียวกันนี่คือความจริง … ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆเช่น ในห้องห้องหนึ่งมีคน 10 คนไม่รวมคุณ คุณเป็นหัวหน้าของคนทั้งห้องเลย แต่ก็ต้องมีอย่างน้อยซัก 1 คนนั่นแหละที่ไม่พอใจในการเป็นผู้นำของคุณ  หรือว่าอาจจะมี 9 คนที่ไม่พอใจการทำงานของคุณ  ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ไม่ว่าจะมากหรือน้อยที่ไม่พอใจการเป็นผู้นำของคุณ คุณก็ไม่สามารถที่จะตัดความรู้สึกของคนส่วนน้อยออกไปได้เลยคุณคิดแบบนั่นหรือป่าวครับ ? ถ้าคุณคิดแบบนั้นหละก็คุณเริ่มเป็นผู้นำในแบบของคุณแล้วหละ

สิ่งที่ผ่านๆมาหลังจากที่ผมเคยเป็นผู้นำก็คือ อย่างแรก ทุกคนสามารถเป็นผู้นำคนอื่นได้ง่ายมาก สองคุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถ้าคุณอ่านข้างบนคุณจะรู้ว่าคุณไม่มีทางที่จะเป็นผู้นำของผู้อื่นที่ดีที่สุดเสมอไปหรอก    สาม: ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณสามารถพูดให้เค้าทำตามในสิ่งที่เป็นงานส่วนรวมหรือเป็นสิ่งที่เราสามารถพูดขอความร่วมมือได้แล้วเค้าทำตามได้ละก็คุณเป็นอัจริยะ  เพราะว่าไม่มีใครเคยมั่นใจหรือตั้งเป้ามาตั้งแต่เกิดอยู่แล้วว่า ชั้นนี่แหละที่จะเกิดมาเป็นผู้นำ ชั้นจะเกิดมาเป็นนายก ชั้นจะเกิดมาเป็นประธานสภาหรือใดๆก็ตาม  สิ่งเหล่านั่นตามมาหลังจากที่คุณแสดงให้คนอื่นเห็นได้ว่าคุณไปอยู่ที่ตรงนั้นได้ ซึ่งถึงตอนนั้นแล้วคุณเองก็อาจจะยังไม่มันใจด้วยก็ได้

ปัจจัยก็มีอยู่หลายอย่างเช่นเดียวกัน ถ้าคุณต้องการที่จะเป็นผู้นำที่ดีที่สุดในแบบของคุณเอง อย่างที่บอกไปแล้วว่าไม่ได้ต้องการคนเพอเฟคเพื่อมาเป็นที่สมบูรณ์แบบและพร้อมที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรก็เป็นได้เลย

ปัจจัยก็มีอยู่หลายอย่าง

1. เป็นที่รู้จักของคนอื่น : การที่คุณเป็นที่รู้จักของคนอื่นเป็นปัจจัยพื้นฐานที่คุณต้องมีไม่งั้นคุณก็ไม่รู้ว่าจะไปบอกใคร หรือว่าไปนำใครได้ หรือว่าจะไปไหว้วานให้ช่วยทำอะไรได้ใช่หรือไม่ ?

2. คิดเสมอว่าถ้าไม่เคยทำอย่างนี้มาแล้วชั้นอยากทำสิ่งที่/ ถ้าเคยนำสิ่งนี้มาแล้วชั้นอยากทำให้ดีมากกว่าเดิม  : ถ้าคุณคิดได้อย่างนี้เสมอมันจะไม่มีกำแพงของความคิดที่มากั้นคุณว่า ผม/ชั้นไม่เคยทำอันนี้มาก่อนแล้วชั้นจะทำไม่ได้ หรือ  ชั้นหรือผมเคยทำ หรือนำสิ่งนี้กับผู้อื่นมาก่อนสามารถทำได้แน่นอน มันทำให้คุณเริ่มที่จะประมาทและปิดโอกาสตัวเองที่จะได้ลองความเป็นผู้นำในแบบของคุณเอง

3. ความประนีประนอม : ผมยอมรับเลยครับว่าความประนีประนอมเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าความเป็นผู้นำเสียอีกเพราะว่าการที่คุณเป็นผู้นำ คุณต้องไปยืนในตำแหน่งที่ต้องการการตัดสินใจ  ต้องการการติดต่อระหว่างบุคคล  ต้องการข้อสรุประหว่างเรื่องมากกว่า 2 ฝ่ายขึ้นไป (ส่วนมากมักจะมากันหลายฝ่าย) นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องเจออยู่แล้วนั่นคือ”ปัญหา” คุณไม่สามารถระเบิดตู้มใส่ใครก็ตามได้อย่างแน่นอน เพราะนั่นเป็นการที่คุณวางระเบิดตัวเอง เวลาเกิดปัญหาคุณต้องใจเย็น ค่อยๆคิด ค่อยๆไตร่ตรอง ซึ่งนั่นใครๆก็พูดได้ คุณมาลองเป็นผู้นำแล้วคุณจะรู้ว่าควรทำอย่างไร แต่อย่างนึงคืออย่าปิดกั้นความคิดตัวเองก่อน

ผู้นำที่ดีไม่ต้องมีอะไร  แต่ยังไม่มีคำว่าเลยนะ  ผู้นำที่ดีไม่ต้องมีอะไรมาก พอพูดแบบนี้ก็ดูว่าเราเป็นคนไม่ได้สนใจอะไรมากอีก เลยจบอยู่ที่คำว่า ผู้นำที่ดีไม่ต้องมีอะไร

Start Slide Show with PicLens Lite PicLens

หมู่บ้านแห่งความหวัง

Author: admin  |  Category: Trainee

hh

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ดินแดนอันไกลโพ้นทะเล มีหมู่บ้านอยู่หมูบ้านหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้านแห่งความหวังเป็นหมู่บ้านที่อยู่กันอย่างสงบสุข มีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่ต้องตาต้องใจ และสร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งแก่ผู้ที่สัญจรเดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งนี้เป็นยิ่งนัก  ด้วยข้าวที่อุดมสมบูรณ์ประกอบกับทำเลที่ตั้งนั้นก็เป็นทำเลที่ตั้งที่ติดกับทะเล สามารถเดินทางไปมาได้สะดวก  จะกล่าวถึงด้านเศรษฐกิจก็รุ่งเรืองเนื่องจากมีแร่ธาตุหายากอยู่มากมาย ที่นาหรือที่ดินแต่ละที่นั้นเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าและราคาสูงอย่างมาก ซึ่งจุดเด่นที่เด่นที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้นั่นอยู่ที่กลางหมู่บ้านนั่นคือ หมู่บ้านนี้มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่กลางหมู่บ้าน เป็นบ่อน้ำที่ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้าน ใช้กิน ใช้อาบ และใช้หล่อเลี้ยง การดำรงชีวิตอยู่ของชาวบ้านทุกคน

ด้วยความที่หมู่บ้านนี้มีทำเลที่ตั้งที่ดีในทุกด้านจึงทำให้ฝนนั้นตกต้องตามฤดูกาล  ชาวบ้านทุกคนไม่เคยอดอยาก  ไม่มีกินไม่มีใช้เลยแม้แต่น้อย ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านต่างมีความเป็นอยู่ที่ดี อุดมสมบูรณ์ ล้วนอ้วนพี ไม่มีใครที่อดๆอยากๆ และทุกคนอยู่ในหมู่บ้านอย่างมีความสุข

โดยรอบของหมู่บ้านแห่งความหวังนี้ ต่างมีชุมชนตามหมู่บ้านต่างๆ ต่างหมายปองที่จะได้แวะเวียนเข้ามาดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านเแห่งความหวังเป็นอย่างมาก แต่ชาวเมืองคนอื่นต่างก็ไม่สามารถเข้ามาดื่มน้ำได้ เพราะมีกฏอยู่ว่าผู้ที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งความหวังนั้น จะสามารถเข้ามาได้ทีละ 1 คนต่อครอบครัวเท่านั้นและหลังจากที่เข้ามาดื่มน้ำในหมู่บ้านแห่งนี้แล้วจะไม่สามารถออกไปจากหมู่บ้านได้อีกชั่วชีวิต

ถัดออกไป 5 ไมล์ทะเลทางทิศใต้ของหมู่บ้านแห่งความหวัง มีหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้าน”บ้าน” (ผมไม่ได้เขียนผิดแต่อย่างใด) เป็นหมู่บ้านที่ล้วนแล้วแต่มีชายฉกรรณ์อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ถ้าเป็นเพศหญิงก็จะเป็นผู้หญิงที่งดงาม ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ  เป็นอย่างยิ่งแต่ด้วยความที่พระเจ้าอวยพรอย่างไรไม่ทราบได้ หมู่บ้านบ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ไม่ค่อยจะโชคดีเท่าไหร่เนื่องจากว่าเป็นหมู่บ้านที่ทำเลที่ตั้ง ก็ไม่ดี มีภูเขาล้อมรอบทั้งหมด ไม่สามารถโคจรติดต่อสื่อสารได้ หมู่บ้านสามารถเข้าออกได้ทางเดียวเท่านั้น จะกล่าวถึงที่ดินและทรัพยากรก็น่าเศร้าใจ  ที่ดินเป็นที่ดินราคาถูกเนื่องจากไร้ซึ่งแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่ดี   ดินก็เป็นดินที่ไร้คุณภาพ  แต่พวกเขาเหล่านั้นก็อยู่กันอย่างสงบสุข  ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านบ้านนี้ต่างขยันขันแข็งกันทำมาหากิน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  แม้ว่าด้วยทำเลที่ตั้งนั้นจะทำให้ประสบกับภัยทางธรรมชาติหลายอย่างเช่น  ไฟไหม้  ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือบางปีน้ำก็ท่วมต้องอพยพทั้งหมู่บ้านนี้ไปอยู่ที่อื่นเสียก่อนเพื่อความอยู่รอด แต่หมู่บ้านนี้ก็มีความสุขไม่แพ้หมู่บ้านใดๆเลยในระแวกนี้   จุดเด่นของหมู่บ้านนี้คือ ชาวบ้านทุกคนต่างรักกันช่วยกันทำมาหากิน ไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบกันเลย  มีความสามารถและความพยายามที่จะทำในสิ่งต่างๆที่ควรทำ ไม่ปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์ จึงทำให้พวกเขานั้นสามารถอยู่รอดมาได้ หลังจากที่เกิดภัยพิบัติต่างๆขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ในทุกๆปีมักิเกิดน้ำท่วมใหญ่ทุกระแหงของหมู่บ้านต่างๆ ยกเว้นเพียงแต่หมู่บ้านแห่งความหวังเท่านั้นที่ไม่ท่วม  ชาวบ้านทุกคนที่เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังแล้วนั้น ไม่มีโอกาสได้ออกมาพบกับผู้คนนอกหมู่บ้านและไม่เคยรับรู้ถึง เหตุกาลน้ำท่วมใหญ่ของทุกๆปี  เนื่องจากเป็นกฏของหมู่บ้านที่ว่า “ผู้ใดที่เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านนี้แล้วไม่สามารถออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ได้อีกชั่วชีวิต”

ตัดกลับมาที่หมู่บ้านบ้าน เมื่อครั้นเกิดน้ำท่วมใหญ่แล้วนั่นหมู่บ้านบ้านมักได้รับผลกระทบจากความเสียหายอย่างมากที่สุด  และเป็นหมู่บ้านเดียวเท่านั้นที่เมื่อน้ำท่วมเมื่อใดเหล่าหนุ่มสาวต้องเริ่มสร้างบ้าน สร้างที่พัก สร้างวัฒนธรรมใหม่ๆขึ้นมา แต่พระเจ้าก็ยังไม่ได้ใจร้ายไปซะทีเดียว ที่ทำเลไม่ดี เพราะว่าหมู่บ้านรอบข้างมักยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ  ทั้งการส่งเสียงส่งข้าว ส่งน้ำ หรือบางคราถึงขนาด มาร่วมกันสร้างที่พักพิงให้ชาวบ้านในหมู่บ้านบ้านเลยทีเดียว

ทุกๆวันที่ 25 เดือนหน้าของทุกปีจะเป็นธรรมเนียมที่ชาวโลกรู้กันว่าเป็นการฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ทุกๆหมู่บ้านจะมีการฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง หมู่บ้านไหนที่มีทรัพยกร ที่เป็นของดี ของหายาก ก็จะนำมากิน มาดิ่ม มาใช้กัน หมู่บ้านแห่งความหวังก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่เป็นอย่างนั่นเช่นกัน ด้วยอิทธิฤิธิ์ของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ผู้ใดที่ดื่มน้ำนี้เข้าไปจะทำให้ติดและกระหายอยากที่จะดื่มอยู่เสมอ  แม้ว่าชาวบ้านในหมู่บ้านนี้มีอยู่มากมายแต่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เคยไม่พอสำหรับพวกเขาเลยแม้แต่วันเดียว  ในทางกลับกันใหมู่บ้านบ้านทางทิศใต้มักเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทุกๆวันที่ 20 ของเดือนหน้าของทุกปี ซึ่งเป็นก่อนหน้าของการฉลองใหญ่ของชาวโลก จึงทำให้วันฉลองใหญ่ของโลกมักไม่ค่อยสนุกเหมือนกับหมู่บ้านแห่งความหวังมากนัก ชาวบ้านบางคนต้องสูญเสียบ้าน สูญเสียครอบครัว สูญเสียคนที่รัก หรือแม้กระทั่งไม่มีโอกาสที่จะได้รักตัวเองต่อไปและไปฉลองในวันที่ 25 ได้  แต่ก็ไม่ได้เศร้าใจไปซะทั้งหมดเพราะว่าก็ยังมีการจัดงานฉลองอย่างเรียบง่าย  บ้านไหนมีอะไรดีก็นำมาแบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ ..

ครั้นเวลาผ่านไป หลายทศวรรษต่อทศวรรษเหตุการณ์ทุกอย่างก็เกิดซ้ำไปซ้ำมาจนกลายเป็นเรื่องที่ปกติบนโลกใบนี้ไปเสียแล้ว ด้วยสภาพความเป็นอยู่ดังกล่าวทำให้สภาพแวดล้อมทางวัตถุนั่นคือ บ้าน นั่นคือ ความเจริญวนไปมา หมู่บ้านแห่งความหวังทุกๆปีที่ผ่านไปจะมีบ้านหลังที่ใหญ่ขึ้น ในขณะที่หมู่บ้านบ้านทุกๆปีชาวบ้านจะต้องสร้างบ้านใหม่ให้ทันน้ำท่วมครั้งใหม่จะมา

ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังนับวันยิ่งอยู่อย่างสุขสบายยิ่งนัก บ้านหลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่บ้านเหล่านั่นพวกเขาอยู่เพียงคนเดียวในบ้านนั่น ข้าวปลาอาหารก็มากยิ่งขึ้น ไม่เคยขาดจากปากจากท้องเลย สั่งสมความสุขสบายผ่านไปเป็นเวลานานเข้า นานเข้าทำให้ชาวบ้านเริ่มที่จะไม่ทำงาน   งานต่างๆที่ต้องทำก็หยุดทำเนืองจากว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องทำต่อ เพราะว่าไม่ทำก็มีกินมีใช้เหมือนเช่นรุ่นพ่อๆ แม่ๆ ที่ผ่านมา

ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านบ้าน ต่างสอนลูกหลานให้อยู่เพื่อการเอาตัวรอด  สอนให้ลูกหลานอดทน อดกลั้นและพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาและโลกภายนอก  จึงทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านบ้านนั้นไม่เคยมีใครที่จะคิดอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งความหวังเลยแม้แต่คนเดียวเพราะต้องจากบ้าน จากครอบครัวไปใช้ชีวิตคนเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยน่าอภิรมณ์ยิ่งนัก

จนอยู่มาวันหนึ่งเป็นปี “อสุกรระทิน” เป็นปีสุดท้ายที่หมู่บ้านแห่งความหวังจะอนุญาติให้ผู้คนเข้าไปหมู่บ้านแห่งนี้ได้ เป็นปีที่พระอาทิตย์และพระจันทร์อยู่ในแนวเส้นโค้งเดียวกัน เกิดอาเพศครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดที่ไหนมาก่อน เป็นปีที่แห้งแล้งที่สุด ไม่มีฝนตกต้องตามฤดูกาลเหมือนก่อน แต่ที่ไม่เหมือนก่อนคือครั้งนี้หมู่บ้านแห่งความหวังนั้นได้รับผลกระทบครั้งนี้ด้วย

ด้วยความเป็นอยู่ที่เคยสุขสบายมาก่อนจึงทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ไม่รู้สึกเดือดร้อนกับปรากฏการณ์ครั้งนี้  งานที่ไม่เคยทำ ก็ยังคงไม่ไม่ทำเช่นเดียว ต่างกิน ต่างใช้ ต่างเล่น เหมือนเดิม จนเวลาผ่านไปนานเนินนาน ก็ยังไม่มีฝนตกลงมา  น้ำที่เคยอยู่ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เริ่มเหือดแห้งลงทุกที จนทำให้ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งความหวังนั้นมีการประชุมครั้งใหญ่เกิดขึ้นถึง น้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

ผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านแห่งความหวังได้บอกถึงเหตุการณ์อันร้ายแรงที่เกิดขึ้นในโลกขณะนี้ แต่ไม่มีชาวบ้านนคนใดเลยที่รับฟังความคิดของผู้ใหญ่บ้าน  ต่างด่าทอ ต่างพูดจาให้ร้ายผู้ใหญ่บ้านแห่งความหวังนี้และขับไล่ผู้ใหญ่บ้านนี้ออกจากหมู่บ้านแห่งความหวังไป …

หลังจากที่ขัไล่ออกไปแล้ว ชีวิตของทุกคนก็ยังดำเนินไปเหมือนเดิม .. คือกิน คือใช้ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเหมือนเดิม ไม่เคยมีใครแม้แต่คนเดียวเลยที่จะคิดตักน้ำมาเติมให้บ่อน้ำแห่งนี้เพื่อให้ทุกคนได้กินได้ใช้เหมือนเดิมในขณะที่โลกแห้งแล้ง  จนถึงวันหนึ่งน้ำในบ่อน้ำแห่งนี้ได้เหือดแห้งไปจนหมด ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งความหวังนี้ ไม่มีน้ำกิน ไม่น้ำมีใช้เลย แต่ด้วยการที่อยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ทำให้เขาไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย เพราะเข้ายังคงคิดว่าซักวันหนึ่งฝนจะกลับมาตกและบ่อน้ำนั้นจะกลับมาเต็มเหมือนเดิม

แต่ความจริงนั่นไม่ใช่เลย  ฝนนั่นก็นยังคงไม่ตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี หลายปี ปีแล้ว ปีเล่า จนทำให้ชาวบ้านที่หมู่บ้านนี้เริ่มเกิดการล้มตายขึ้นจนเหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่โชคดีและอยู่รอดไปได้

ในขณะเดียวกันที่หมู่บ้านบ้านก็ได้เผชิญกับปัญหานี้เช่นเดียวกัน แต่ด้วยทักษะการเอาตัวรอดของชาวบ้านที่นี่ทำให้ทุกคนสามารถเอาตัวรอดจากภัยภิบัติครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย … เพียงไม่นานฝนก็กลับมาตกต้องตามฤดูกาลอีกเช่นเดิม  นำความเขียวขจีและสดชื่นมาสู่โลกใบนี้อีกครั้ง

ชาวบ้านที่รอดจากภัยพิบัติที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังนั่นรู้สึกโกรธโชคชะตาเป็นอย่างมากที่กลั่นแกล้งให้พวกเขาได้มาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งความหวังนี้ ที่อุดมสมบูรณ์และเพรียบพร้อมไปทุกอย่างจนทำให้พวกเขานั้นทำอะไรไม่เป็นเลยคอยแต่เพียงที่จะตักน้ำออกจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว ไม่เคยคิดที่นำน้ำมาเติมในขณะที่ฝนมันยังตกต้องตามฤดูกาลอยู่  ด้วยความโกรธมากจึงทำให้ชาวบ้านทุกคนต่างรวมตัวกันและไปทำลายบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้โดยโทษบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดความล้มตายและหายนะมาแก่พวกเขา หลังจากบ่อน้ำนี้ถูกทำลายไปแล้วชาวบ้านก็ยังใช้ชีวิตอยู่เหมือนเดิม  ไม่ทำมาหากิน  อาศัยอยู่ในบ้านที่พวกเขาคิดว่าเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดไม่มีหมู่บ้านใดมาเทียบได้ อีกทั้งแร่ธาตุก็อุดมสมบูรณ์ซักวันหนึ่งคงมีพ่อค้า เดินทางเข้ามาเพื่อซื้อแร่ธาตุดังกล่าวในหมู่บ้านของเขาและจะทำให้เข้ารวยและมีกินมีใช้ขึ้นมาอีกครั้ง

เวลาผ่านไป ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด ทุกคนเริ่มอดอยากและอดตาย ข้าวที่เคยมีกินก็ต้องอดมื้อกินมือ้  น้ำที่เคยมีใช้ก็ไม่มี … ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง  หลังจากนั้นไม่นานทุกคนในหมู่บ้านแห่งความหวังได้ล้มตายไปทั้งหมด .. เหลือไว้เพียงแต่ชื่อหมู่บ้านที่โด่งดังและมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดเป็นที่กล่าวขานว่าครั้งหนึ่งเคยมีหมู่บ้านที่ดี ที่พร้อม ที่เจริญที่สุด เป็นที่ที่ทุกคนต่างโหยหาที่จะเข้าไปสัมผัสหรือเป็นส่วนหนึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ และตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว … ตำนานเรื่องนี้ได้ถูกเล่าต่อรุ่นสู่รุ่นไปนานแสนนานชื่อของหมู่บ้านแห่งความหวัง ได้ถูกถ่ายทอดด้วยการเล่าด้วยลมปาก ถึงความรุ่งโรจน์ในสมัยนั้น คนที่ได้ยินเรื่องราวดังกล่าว ต่างพากันตื่นเต้น และอยากที่จะเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งความหวังนี้ยิ่งนัก หลายที่ได้ฟังคิดว่าถ้าซักวันหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้นแล้ว  จะเป็นคนที่คอยเติมน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นไม่ให้เหือดแห้ง  แต่ก็มีอีกหลายคนที่อยากเข้าไปใช้ชีวิตที่สุขสบายในบ้านหลังใหญ่ที่หมู่บ้านแห่งนั้น  แล้วคุณหละอยากเข้ามาทำอะไรที่บ้านแห่งนี้ ?

Start Slide Show with PicLens Lite PicLens

เมื่อสุดท้ายหัวใจมันรักเธอ

Author: admin  |  Category: Trainee

rose2

หลายคนที่ได้อ่านบทความต่อไปนี้ คงรู้จักคำว่ารักมาบ้างอยู่แล้วเป็นแน่ หลายคนมีความรักที่เจ็บปวด หลายคนมีความรักที่สดใส ความรัก    มีหลากหลายมุมจริงๆให้เรามอง ใช่มั้ยหละคุณก็น่าจะรู้ …   รักแท้คืออะไรนั่นเป็นคำที่ไม่สามารถให้ความหมายหรือจำกัดนิยามได้อย่างแน่นอน หลายคนอาจใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อตามหาคำว่ารักแท้ บางคนอาจมองข้ามความรักที่อยู่ตรงหน้า บางคนอาจให้ความสำคัญกับความรักมากเกินไปจนลืมคำว่าตัวเอง บางคนมีรักที่สดใสน่ารักและสดชื่นอยู่เสมอ บางคนความรักคือการเติมให้กันและกันช่วยกันเรียนช่วยกันทำงาน บางคนความรักทำให้เกิดอุปสรรค เกิดปัญหารบกวนชีวิตส่วนตัว นั่นเป็นสิ่งที่คุณๆคงเห็นกันอยู่แล้วหละถ้าอายุขึ้นต้นด้วย เลขสองหรือสาม …หรือว่าคุณไม่เคยมีความรักเลย ?

มีเพลงมากมายที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคำว่าความรักออกมาได้อย่างเข้าใจ และถ่ายทอดถึงความรักที่ทั้งสองคนมีต่อกันอย่างหวานชื่น บ้างก็เป็นความรักที่ไม่สมหวัง  บ้างก็เป็นคำว่ารักข้างเดียว บ้างก็เป็นรักที่เข้าใจ .. เพลงรักได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสิ่งหนึ่งที่ถ่ายทอดความรู้สึกร่วมของความรักในแบบต่างๆของมัน  ความรักเป็นคำที่ทุกๆคนรู้ว่าคืออะไรแต่ไม่สามารถเข้าใจมันได้ทั้งหมดจริงๆนั่นแหละ

ตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นมาคุณเคยตกหลุมรักมากี่คนแล้วคุณจำได้หรือเปล่า ?  เห็นมัั้ยละครับมันไม่ได้มีคนเดียวจริงๆ  ด้วยทุกๆครั้งที่คุณตกหลุมรักใครก็ตาม มันทำให้คุณมีความสุข อยากพบหน้า อยากคุย อยากเข้าไปหา หรืออยาก  ทำอะไรสิ่งๆที่ให้ นั่นเป็นสิ่งที่ทุกๆคนต้องการและโหยหาจากความรัก อยากจะทำรักครั้งไหนๆให้ดีที่สุด  .. ทุกอย่างอาจจะไม่ต้อง perfect ที่คุณชอบพูดอย่างนั้น .. แต่ในใจคุณหนะอยากให้มันออกมา perfect และดีที่สุดใช่มั้ย ?  มีคำหลายคำมากเลยที่ได้ถูกพูดออกมา ในห้วงเวลาของความรัก  “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”  “เราจะไม่มีวันทิ้งกัน”   ” เราจะมีกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น”  “ชั้นรักเธอคนเดียว”    เป็นสิ่งที่ดีมากเลยที่ได้แสดงความรักออกไป หนะเพราะถ้าไม่กล้าที่จะแสดงความรักออกไป สักวันหนึ่งเราอาจจะไม่มีโอกาสได้พูดคำนั่นอีกตลอดไปเลยก็ได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไปคำหวานชื่นเหล่านั้นกลับหายไป .. ไม่ได้ยินบ่อยๆเหมือนกัน เหมือนกับคำว่ารักมันหมดโปรโมชั่นแล้ว  ผมเชื่อนะว่าทุกคนหนะมีโปรโมชั่นเหมือนกันทุกคนนั่นแหละซักวันความรักของทุกคนมีวันหมดไปเสมอ ถ้าเราไม่คอยที่จะบริหารความรักและเติมเต็มให้กันอยู่เสมอ  ลองคิดดูเล่นๆนะ แฟนคนแรกของคุณหนะ คุณรักเค้ามาก มันเป็นความรักครั้งแรกที่มันทำให้คุณรู้สึกมีความสุข และคิดว่า ชั้นจะไม่มีวันรักคนอื่นในโลกนี้อีกแล้ว … ความรู้สึกนี้มันก็เกิดขึ้นอีกเมื่อคุณมีแฟนคนที่สอง นั่นเป็นสิ่งที่ไม่แปลกเลยที่คุณสามารถให้ความรักหรือแสดงความรัก และ พูดคำว่าที่สุดในทุกๆครั้งของคนใหม่ของคุณ ไม่แปลกครับแต่ถ้ามากไปก็ไม่ดีจริงมั้ย? ^_^

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถลืมคนที่เราพูดว่ารักที่สุด และเริ่มต้นกับคนใหม่ได้อย่างมีความสุขลืมทุกสิ่งทุกอย่างในอดีตที่เคยมีและผ่านมา นั่นเป็นเพราะว่าคนเราต้องการความรัก ต้องการดูแลเอาใจใส่  มีคนมารัก  และรักคนอื่น ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกไม่ได้ถูกผลิตขึ้นเพื่อมาอยู่คนเดียวดายบนโลกแห่งนี้เป็นแน่  “การเกิดขึ้นมาอยู่คนเดียว  ไร้ซึ่งความรัก มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองมันช่างเป็นชีวิตที่ช่างน่าสมเพชเสียจริงๆ “  มันคงน่าเศร้านะถ้าบนโลกนี้เราไม่มีความรัก . .

ความรักมักขึ้นเกิดโดยไม่รู้ตัวผมเองก็เช่นเดียวกัน  แล้วจะทำอย่างไรหละ? ที่จะให้ความรักมันอยู่กับเราไปนานที่สุด คำว่านานไม่มีวันสิ้นสุดมันไม่มีจริงๆหรอก ซักวันหนึ่งเราต้องแยกจากกันอยู่ดี ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม แต่ช่วงเวลาที่เราเคยอยู่ด้วยกัน   ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันช่างมีความหมายเสมอ และคุณก็จะเป็นคนที่ผมรักที่สุดเสมอ

หลายคนถามว่าความรักคืออะไร ใช้เวลาทั้งชีวิตหรือเกือบทั้งชีวิตค้นหาคำว่ารัก ในขณะที่บางคนกำลังสร้างสรรค์ความรักให้สวยงามในแบบของเขาเอง แล้วคุณหละคุณเลือกที่จะเป็นแบบไหน ?

Start Slide Show with PicLens Lite PicLens

สุดท้ายแล้วต้องการอะไร?

Author: admin  |  Category: Trainee

may

ในขณะที่ทุกอย่างบนโลกดำเนินไปอย่างธรรมดาทุกคนไหลอยู่ตามกระแสของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงตัวของผมด้วย คนเราทุกคนต้องมีเกิด มีแก่  มีเจ็บ มีตาย มีรัก มีโลภ มีโกรธ มีหลง ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนนั้นให้ความสำคัญหรือประสบกับด้านใดด้านหนึ่งมากน้อยไม่เท่ากันก็เท่านั้น  ทุกคนล้วนเคยมีความฝัน รวมถึงตัวผมด้วยผมก็เคยฝันเหมือนกัน .. มีหลายความฝันมากที่ไม่สำเร็จและก็มีอีกหลายความฝันมากที่สำเร็จ … ในขณะที่ทุกๆคนไขว่คว้าตามหาความฝันของตัวเอง น้อยคนนักที่จะหันกลับมามองและร่วมสานความฝันของคนอื่นให้สำเร็จเพราะทุกคนมุ่งที่จะไปข้างหน้าตามคำว่า “สังคม”

ทุกคนล้วนอยากมีชื่อเสียง อยากดัง และอยากให้เป็นที่ยอมรับต่อคนหมู่มากนั่นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่ใดมีคนที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น นักร้อง คนเหล่านั้นในสังคมก็จะแห่กันไปแสดงความชื่นชมและยินดี ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่แปลกอะไรที่คนเหล่านั้นทำกัน  ก็เหมือนกับเราๆนั่นแหละที่คลั่งไคล้หรือหลงไหลในสิ่งที่ตนเองรักและชอบ   ในแต่ละวัยของชีวิตที่ผ่านๆมาเชื่อเถอะว่ามีสิ่งที่ชอบอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน นั่นไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีนะและก็ยังมีสิ่งที่ไม่ชอบอีกมากมายเช่นกัน  เชื่อสิว่าไม่มีใครจำได้ทั้งหมด  ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีสิ่งเหล่านั้นวนเวียนอยู่ตลอดและเปลี่ยนแปลงขึ้นมาตามลำดับของช่วงอายุ   ในวัยเด็กหลายๆคนมักชอบเล่นของเล่น  โตขึ้นมาหน่อยของเล่นก็ถูกเปลี่ยนเป็นเกมส์กด หรือเกมส์เพลย์ก็ว่ากันไป โตขึ้นมาอีกไอ้คำว่าของเล่นของคนเราก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามกาลเวลา เฉกเช่นเดียวกับความฝันของเรานั่นแหละ ที่มักเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลาที่เปลี่ยนผันไป …   จะมีสักกี่คนที่เคยจดจำความฝันแรกสุดในชีวิตที่อยากทำได้ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้ว่าความฝันสุดท้ายของชีวิตต้องการอะไร

เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน อายุเปลี่ยน ความฝันมักเปลี่ยน  นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้พวกเราเหล่า “คน ” ที่เรียกแทนตนเองว่าปัญญาชนทั้งหลายที่มีความคิด ความอ่าน ความสามารถพัฒนาในการพัฒนาตนเองได้มากกว่าผู้อื่น มักคิด และถามตัวเองอยู่เสมอว่าคนเรานั้นต้องการอะไร อนาคตข้างหน้านั้นจะเป็นอย่างไร หรือวางแผนอะไรทำนองนี้อยู่แล้วหละ ? หรือว่าคุณไม่เคย ?  แน่นอนว่าอะไรที่คิด อะไรที่ฝันไว้ อย่างที่บอกมันเปลี่ยนไปบ้างสำหรับบางคน ไม่เปลี่ยนเลยสำหรับบางคน ชัดเจนขึ้นสำหรับหลายคน  ไม่มีใครตอบได้ว่าของใครดี ของใครไม่ดี ของใครถูกของใครไม่ถูก  ขึ้นอยู่กับหนทางของชีวิตของคนคนนั้นนั่นแหละ

การมีฝันนั่นเป็นสิ่งที่ดี ยังมีหลายคนเลยนะที่พูดว่า “มนุษย์อยู่ได้เพราะความฝันและแรงบันดาลใจ” พูดให้ชัดๆก็คือเวลาเรามีเป้าหมายอะไรแล้วแล้วเราทำให้สำเร็จผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือความสุข และความภูมิใจ เทียบกันกับเราทำอย่างเดียวกันกับสิ่งที่ทำเมื่อกี้ แต่ก่อนที่เราทำสำเร็จเราไม่มีเป้าหมาย หรือเราไม่ได้วางเป้าหมายไว้ตรงนั้น  ลองคิดดูเล่นๆว่าเกิดอะไรขึ้น   เราได้ผลลัพธ์เดียวกัน แต่ความสุขหรือผลลัพธ์ที่เราได้กลับมาไม่เท่ากัน เห็นมั้ยละ ?   การมีเป้าหมายไม่ได้บอกว่าคนเราทำอะไรต้องหวังผลตอบแทนเสมอไป มีหลายๆเรื่องที่ยิ่งไม่หวังจะยิ่งได้กลับคืนมามาก  … แล้วคุณลองถามตัวคุณสิว่า? ตอนนี้คุณมีเป้าหมายของคุณที่คุณกำลังทำตอนนี้แล้วหรือยัง  .. การเขียนบทความนี้ขึ้นเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งในชีวิตของผมที่อยากให้คุณได้อ่าน … ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่รู้ว่าเป็นใครบ้างที่ได้อ่าน ? เอาหละพวกคุณลองจินตนาการเล่นๆว่า ตอนนี้คุณอายุ 20 คุณมีเป้าหมายอยู่ทั้งหมด 10 อย่างให้ทำทั้งชีวิตลองคิดกันเล่นๆ ว่ามีอะไรบ้างเช่น  เรียนให้จบสูงๆ  ทำงานดีๆ มีเงินเยอะๆ รวยๆ ตอบแทนพ่อแม่  ตอบแทนครูอาจารย์  มีคนรักที่ดี  ได้เที่ยวรอบโลก หรืออะไรก็ได้ที่คุณจินตนาการได้ว่ามันเป็นสิ่งที่มีความสุขที่คุณได้ทำและเป็นสิ่งที่ดี ?  สมมุติเล่นๆว่า ตอนนี้คุณทำทุกอย่างบรรลุหมดแล้วหละ ตอนที่คุณอายุสักประมาณหนึ่ง ทุกอย่างหลังจาก10 อย่างที่ผ่านมาคุณไม่มีเป้าอะไรเหลืออีกแล้ว เท่ากับว่าคุณได้ใช้ชีวิตไปวันๆ ด้วยอายุที่เหลืออยู่ทั้งหมดหลังจากที่คุณทำทุกอย่างสำเร็จแล้ว .. คุณเชื่อว่านั่นคือความสุขที่คุณได้ทำตามเป้าหมายของคุณแล้วใช่หรือป่าว ?   บางคนบอกใช่ บางคนบอกไม่ใช่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น   ในขณะที่หลายคนบรรลุจุดประสงค์ 10 อย่างที่ผ่านมาแล้วก็ใช้ชีวิตไปวันๆ  แต่ก็มีอีกหลายคนใช้ชีวิตไปวันๆ โดยที่ยังไม่มีอะไรซักอย่างนั่นเป็นสิ่งที่น่าคิด  ผลลัพธ์ของการกระทำ 10 อย่างไม่ใช่คำตอบแน่นอน  สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่าระหว่างที่คุณทำ 10 อย่างนั่นคุณตั้งใจและมีความสุขและที่สำคัญไปมากกว่านั่นคุณได้ดื่มด่ำกับความสุขนั่นหรือป่าว ? เห็นมั้ยละว่าจริงๆแล้วมนุษย์ไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากความสุข

ไม่ว่าจะเป็นใครที่เดินตามกระแสสังคม หรือไม่เดินก็ตามล้วนแล้วแต่มีหนทางในการแสวงหาความสุขให้กับตนเองอย่างยิ่ง บางคนเลือกที่จะสานฝันตนเองเพื่อให้ได้ความสุขที่เราต้องการ อีกหลายคนเลือกสร้างความสุขโดยการสานฝันของผู้อื่น แล้วคุณเลือกที่จะทำอย่างไร ?   ความจริงแล้วสุดท้ายต้องการอะไร ?คงไม่มีใครรู้จริงๆหรอก คนสามารถตั้งเป้าหมาย มีความฝัน และอยู่กับความสุขในปัจจุบันที่มี ทำให้ดี  นี่แหละความจริง

Start Slide Show with PicLens Lite PicLens

จิรพงษ์ วัฒนธรรม

Author: admin  |  Category: Trainee

จิรพงษ์ วัฒนธรรม

สัมภาษณ์งาน Toshiba

Author: admin  |  Category: Trainee

toshibanb200-028

วันนี้ได้ไปสัมภาษณ์งานที่ Toshiba ครับ Office อยุ่ที่โรงแรมดุสิตธานีศาลาแดงชั้น 10   เนื้อหาการสัมภาษณ์งานเป็นเนื้อหาแบบสบายๆ สัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวครับ

หลังจากไปถึงเวลา 12.30 ก็นั่งรออยู่พักหนึ่งก็ได้สัมภาษณ์ตอน 13.00 ครับ คนไปสัมภาษณ์ค่อนข้างน้อยมากอาจจะเป็นเพราะว่า มีสอบหลายวัน

การสัมภาษณ์รอบแรกเป็นการสัมภาษณ์เรื่องทั่วไปเช่น  ให้แนะนำตัวเอง  ถามถึงเรื่องProject จบที่ทำ ถามว่าถ้าต้องไปทำงานที่โน่นๆนานๆ นั้นจะสามารถทำได้หรือไม่ซึ่งเค้าก็เล่าให้ฟังว่าการทำงาน ที่ jap อย่างน้อยควรทำงานประมาณ 5 ปีขึ้นไปถึงจะได้ประสิทธิภาพมากๆ  , แล้วเค้าก็ยังถามว่าระหว่างเรียนทำกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งที่สำคัญเป็นพิเศษคือ เค้าถามว่ากิจกรรมที่ทำระดับ International นั่นเคยทำอะไรมาบ้างทำให้ผมนั่งนึกอยู่นานมากจริงๆแล้วก็ตอบไปว่า  “ไม่มี”

หลังจากที่เค้าถามเสร็จเค้าก็เปิดโอกาสให้ถามบ้าง ว่าอยากถามว่าอะไร ผมก็เลยถามไปว่า อยากรู้สภาพการทำงานที่โน่นบ้างว่าจะเป็นอย่างไร เค้าก็เล่าให้ฟังว่า สภาพการทำงานนั้นขึ้นอยู่กับว่าได้ไปทำที่ไหน เช่น   ทำในเมืองหรือ ทำนอกเมือง  ซึ่งแต่ละที่ก็แตกต่างกันออกไป

ซึ่งจริงๆแล้วการทำงานก็ค่อนข้างที่จะเข้มงวดเรือ่งเวลาซักเล็กน้อย เค้าก็ยังเล่าว่าที่ไหนก็ควรจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

การสัมภาษณ์ทั้งหมดมี 3 รอบซึ่งถ้าผ่านรอบแรกไปแล้ว รอบที่ 2 จะเป็นการสอบข้อเขียนและจะประกาศในวันที่ 29 dec (สัมภาษณ์วันที่ 17 dec ) ซึ่งการสอบในรอบที่สองนั้นจะต้อง Present โปรเจคจบให้เค้าฟังด้วยโดยมีเวลาให้ 30 นาทีแบ่งเป็น 20 นาทีสำหรับการ Present และ อีก 10 นาทีสำหรับการตอบคำถาม

และรอบสดท้ายจะต้องไปสัมภาษณ์ที่ Jap ซึ่งทางนั้นจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้    เค้าก็ยังเล่าว่าค่าตอบแทนอาจจะไม่มากเท่าไหร่ แต่>< เค้าก็ยังเล่าว่า .. มีคนนึงส่งเงินกลับมาและสามารถซื้อบ้านที่เมืองไทยได้สบายๆ ถ้าไม่เที่ยว ไม่กิน ไม่ดื่ม (แล้วจะอยู่ได้อย่างไร)

Start Slide Show with PicLens Lite PicLens

อย่าถามว่าภาคคอมให้อะไรกับคุณ ลองถามตัวคุณเองว่าคุณให้อะไรกับภาคคอม?

Author: admin  |  Category: Trainee

Freshy Camp #5 ครั้งนี้เป็นครั้งที่จัดได้ว่าดีเลยทีเดียวครับ เป็นครั้งที่ประทับใจที่สุดค่ายหนึ่งในชีวิตของผมเลย